ข้อมูลทั่วไป
      ประวัติบุคคลสำคัญ
      ประวัติอบต.
      สภาพทั่วไปและข้อมูลพื้นฐาน
      วิสัยทัศน์
      คณะผู้บริหารและสมาชิก
      ส่วนการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
      สมาชิก อบต.บ้านน้อย
      ทำเนียบกำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน
      สำนักปลัด
      คณะผู้บริหาร
      ส่วนการคลัง
      กองช่าง
      การดำเนินงานของอบต.
      การติดตามและการประเมินผล
      รายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบล
      แผนพัฒนาสามปี
      ผลงานปีที่ผ่านมา
      ยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนา
      ข้อมูลสำหรับประชาชน
      ส่วนสำนักงานปลัด
      ส่วนการคลัง
      ส่วนโยธา
      ส่วนการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
      ส่วนสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม
      ส่วนสวัสดิการสังคม
      ส่วนวิชาการและแผนงาน
      กฏและระเบียบต่างๆ
      พระราชบัญญัติ
      กฎระเบียบกระทรวง
      การเบิกจ่ายและรักษาเงิน
      การตั้งงบประมาณ
      สถานที่สำคัญของตำบล
      วันบ้านน้อย
      โคงการส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นโรงเรียนบ้านน้อย "ปรึกอุทิศ"
      ตำนานเมืองนครไชยบวร
      ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นวัดปากลัด(ศรีวิชัย)
      ส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นวัดบ้านน้อย
      สินค้าประจำตำบล
    ร้องเรียน-ร้องทุกข์
     เจ้าหน้าที่ดูแลเว็บไซด์
 

[ ตำนานเมืองนครไชยบวร ] 
      

ตำนานเมืองนครไชยบวร

ตำบลบ้านน้อย อำเภอโพทะเล  จังหวัดพิจิตร

 

 

 

 

                 Pในอดีตกาลเมืองละโว้ (ปัจจุบันคือจังหวัดลพบุรี)เป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองมา กเมืองหนึ่งในยุคนั้น มีเจ้าเมืองนามว่า พญาโคตรตะบอง เป็นผู้ปกครองเมืองละโว้มาอย่างร่มเย็นเป็นสุข ต่อมามีชาวขอมผู้หนึ่งนามว่า พญาแกรก (ปัจจุบันคือประเทศเขมร) กำลังล่าเมืองขึ้นจึงได้ยกกองทัพเข้ามารุกรานเมืองละโว้ ทำศึกสงครามกับเมืองละโว้ ปรากฏว่าพญาโคตรตะบอง สู้รบไม่ไหวจึงหนีทัพและได้พาเหล่าทหารและพลเมืองเดินทางหนีไปท างทิศเหนือของเมืองละโว้ และไปหยุดทัพที่มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ลักษณะเป็นบึง มีอาหารอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชและสัตว์ เห็นเป็นทำเลที่ดีให้ทหารและพลเมืองได้อาศัยทำมาหากินและสั่งเห ล่าทหารเร่งก่อสร้างเมืองใหม่พร้อมทั้งป้องกันสร้างกำแพงเมืองใ ห้แน่นหนามิให้ข้าศึกจากเมืองอื่นมารุกรานอีก จนเสร็จเรียบร้อย และให้สถาปนาก่อตั้งเมืองใหม่มีชื่อว่า เมืองโกญญาคาม (เป็นภาษาพื้นเมืองของชาวละโว้) เมืองโกญญาคาม หรือหมู่บ้านโกญญาคาม ชาวบ้านจะเรียกว่าพระบึง หมายถึงบึงของพระราชา ลักษณะเป็นบึงขนาดใหญ่มีน้ำไหลผ่านมีเรือขนส่งสินค้าเข้าออกได้ หรือบางทีก็เรียกว่า คลองเรือ พลเมืองมีอาชีพปลูกพืช และเลี้ยงสัตว์ ช้าง ม้า วัว ควาย ควบคู่มากับเมืองโกญญาคาม และได้อาศัยแหล่งน้ำเลี้ยงชีวิต และแลกเปลี่ยนสินค้ากับเมืองอื่น ๆ ได้อีกด้วย

     Qพญาโคตรตะบอง ได้ปกครองบ้านเมืองโกญญาคามตามมาด้วยความรุ่งเรืองสูงสุดเป็นเว ลาหลายสิบปีเป็นเมืองเศรษฐกิจมากมายด้วยป่าไม้ดงดิบ แร่ธาตุ ปลูกข้าวเลี้ยงพลเมือง และเป็นสินค้าส่งออกนอกประเทศแต่ความเจริญด้วยสุขภาพอนามัยยังไ ม่เจริญ ยังมีโรคภัยไข้เจ็บแก่พลเมืองนั่นคือมีไข้ป่า ไข้ทรพิษ โรคฝีดาษ ทำให้ประชาชนพลเมืองในเมืองต่างเป็นโรคฝีดาษ หน้าตาพุพองเป็นแผลน้ำเหลืองเต็มหน้าตาอย่างน่าสงสาร และบางคนต้องล้มตายเป็นจำนวนมาก รวมทั้งสัตว์เลี้ยง ช้างมา วัว ควาย และสัตว์อื่น ๆ ต่างล้มตายไปด้วยเรียกว่าโรคห่าระบาดหนัก กลิ่นเหม็นเน่าของซากสัตว์ไปทั่วเมือง ส่วนชาวบ้านพลเมืองที่อดตายได้อพยพหนีโรคร้ายที่ระบาดอย่างรุนแ รงไปตั้งบ้านเรือนใหม่ อยู่กันเป็นกลุ่มบ้านเล็ก บ้านน้อย ไปทางทิศตะวันตกของเมืองโกญญาคาม โดยยึดแหล่งน้ำหรือแม่น้ำเป็นที่ประกอบอาชีพเลี้ยงตน ชื่อว่าแม่น้ำพิจิตรเก่า เรียกว่าหมู่บ้านน้อย ปัจจุบันคือ ตำบลบ้านน้อย อำเภอโพทะเล และทอดยาวไปทางทิศใต้ตามลุ่มแม่น้ำพิจิตรเก่า การเดินทางต้องเดินทางด้วยเท้าเดินลุยป่าดงดิบ การเดินทางคำไหนก็นอนที่นั่น พร้อมด้วยช้าง ม้า วัว ควาย เทียมเกวียนไปด้วย การเดินทางจะมีความล้าช้า ทุรกันดารเหมือนต้องคลานไปช้า ๆ เพื่อรอญาติพี่น้องที่กำลังเดินทางติดตามกันมาเป็นกลุ่มคนมากมา ย จึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่า บ้านคลาน ปัจจุบันคือ ตำบลบางคลาน อำเภอโพทะเล ( สมัยโบราณ คำว่า บางหรือบ้าน มีความหมายเดียวกัน )

 

                                                                                                                

                 

              Sพญาโคตรตะบอง เมื่อทรงทราบว่าพลเมืองเกิดเป็นโรคห่า โรคไข้ทรพิษล้มตายเป็นจำนวนมากเกือบทั่วทั้งเมือง จึงอพยพเหล่าทหารและพลเมืองไปตั้งเมืองใหม่สักแห่งหนึ่งเพื่อให ้ปลอดภัยจากโรคร้ายที่ระบาดได้เดินทางไปทางทิศทางเหนือของเมือง โกญญาคาม สิ่งที่คำนึงถึงมากคือเมืองใหญ่จะต้องมีแหล่งน้ำที่สมบูรณ์พอที ่จะประกอบอาชีพเลี้ยงกายได้อย่างดี จึงเลือกแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์ ได้แก่ บึงสีไฟ เป็นบึงที่แยกออก จากแม่น้ำพิจิตรเก่า ปัจจุบันเรียกว่าแม่น้ำน่าน เมืองที่ตั้งใหม่ชื่อว่า เมืองสระหลวง ( สระหลวง หมายถึง แหล่งน้ำของพระราชา ) ต่อมาเมืองสระหลวง ได้รับการยกฐานะเป็นตัวจังหวัด คือจังหวัดพิจิตร แปลว่าเมืองงาม พญาโคตรตะบอง ได้ปกครองบ้านเมืองแห่งใหม่นี้มาอย่างรุ่งเรือง สงบสุขร่มเย็นมาในยุคนั้น

 

                                                                                                                   

                                                                                          

         

Tขอย้อนกลับไปที่หมู่บ้านน้อย ประชาชนอพยพมาตั้งบ้านเรือนทอดยาวควบคู่กับแม่น้ำพิจิตรเก่า ประชาชนได้หายจากโรคภัยหรือโรคระบาดแล้วต่างประกอบอาชีพเลี้ยงต นมาหลายยุคหลายสมัยของผู้คน ต่อมาทางราชการได้เข้าไปดูแลจัดระบบการบริหารบ้านเมืองใหม่ ในราวสมัยรัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ออกกฎหมายการตั้งนามสกุลเป็นครั้งแรก ให้ประชาชนได้ใช้เป็นสัดส่วนของวงศาคณาญาติในระบบราชการได้ถูกต ้อง พร้อมยกฐานะตำบลบางคลานเป็นอำเภอ ชื่อว่าอำเภอบางคลาน จังหวัดพิจิตร ในสมัยนั้นพอดีกับหลวงพ่อเงิน ได้มาสร้างวัดที่อำเภอบางคลาน ชื่อว่า วัดวังตะโก เพราะที่ตั้งวัดติดกับแม่น้ำพิจิตรเก่า ส่วนโค้งของแม่น้ำจะมีต้นตะโกขึ้นอย่างหนาแน่นจึงใช้ชื่อต้นตะโ กเป็นชื่อวัด ต่อมาทางราชการได้ตั้งชื่อวัดวังตะโกให้ไพเราะเพิ่มขึ้นอีกชื่อ ว่า วัดหิรัญญาราม ปัจจุบันคือวัดบางคลาน ชาวบ้านจะเรียกว่า วัดหลวงพ่อเงิน และรวมไปถึงวัดบ้านน้อยที่อยู่ใกล้กับวัดวังตะโกหลวงพ่อเงินได้ ช่วยเหลือก่อสร้างให้ญาติโยมอีกด้วย เพราะญาติผู้ใหญ่ของหลวงพ่อเงินมีบ้านพักอาศัยอยู่ตรงข้ามแม่น้ ำพิจิตร กับฝั่งวัดบ้านน้อยหลายครอบครัว ตามจารึกไว้ประมาณ ปี พ.ศ. 2439 (ชื่อยายเขียน เป็นหลานหลวงพ่อเงิน)

                 G ต่อมาอีกหลายสิบปีการปกครองบ้านเมืองทางราชการได้ลงมาดูแลช่วยเ หลือประชาชน โดยใช้การเดินทางด้วยเท้า ถนนหนทางทุรชนกันดารโจรผู้ร้าย ประชาชนจะติดต่อราชการที่อำเภอบางคลานต้องเดินทางไกลมาก โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในท้องที่ ตำบลดงเสือเหลือง ตำบลไผ่ท่าโพ ตำบลบึงนาราง ตำบลทะนง ตำบลโพทะเล ตำบลบางลาย ตำบลท้ายน้ำ ตำบลท่าขมิ้น ตำบลท่าเสา เป็นต้น สมควรที่จะต้องเลือกที่ตั้งอำเภอที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างตำบ ลต่าง ๆ ทางราชการจึงยุบอำเภอบางคลาน และยกฐานะตำบลโพทะเล เป็นอำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ( โพทะเล เป็นชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่งมีลำต้นสูงประมาณ 100-140 เซนติเมตร เปลือกของลำต้นทำเป็นเชือกปอมัดสิ่งของได้ ) ที่ตั้งของอำเภอโพทะเล จะตั้งอยู่ริมฝั่งทิศตะวันออกของแม่น้ำยม จะสะดวกในการเดินทางขนส่งสินค้าทางเรือ แหล่งสินค้นจะส่งเข้าออกจากตลาดปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ อำเภอโพทะเล เป็นสถานที่ราชการบริการประชาชนมาเป็นเวลาหลายสิบปีเป็นอาคารเร ือนไม้ 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นลานกว้างพื้นปูนซีเมนต์ ประมาณปี พ.ศ.2513 ที่ว่าการอำเภอโพทะเลถูกไฟไหม้ในเวลากลางคืนไหม้หมดทั้งหลัง ทางราชการได้จัดสรรงบประมาณก่อสร้างที่ว่าการอำเภอโพทะเล ขึ้นใหม่โดยใช้สถานที่ตั้งเดิมเป็นอาคารตึก 2 ชั้น แลดูสวยสง่างามและบริการประชาชนได้ตามปกติ

                 S  ต่อมาปี พ.ศ.2543 ในสมัย  ฯพณฯ พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง

มหาดไทย ได้ดูแลการปกครองของอำเภอโพทะเลเป็นอย่างดี พิจารณาเห็นว่าที่ว่าการอำเภอโพทะเลที่ตั้งเดิมคับแคบขยายออกไป อีกไม่ได้ เพราะติดบ้านเรือนชาวบ้านและแม่น้ำยม สมควรย้ายไปตั้งในที่แห่งใหม่เห็นว่าบริเวณบึงใหญ่ หรือ   บึงสรรพงาย เป็นบึงสาธารณะมีเนื้อที่หลายร้อยไร่เดิมเป็นที่เช่าปลูกต้นบัว จึงได้ย้ายที่ว่าการอำเภอโพทะเล พร้อมด้วยสถานีตำรวจและส่วนราชการอื่น ๆ ไปตั้งที่ตำบลท่าบัว อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร สำหรับหมู่บ้านโกญญาคามหรือพระบึง ปัจจุบันทางราชการตั้งชื่อใหม่ว่า นครไชยบวร มาทุกวันนี้

 

 

    ทำรายการเมื่อ: 21-มิย.-10at 09:07
 

 

องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านน้อย
18 ม.1 ต.บ้านน้อย อ.โพทะเล จ.พิจิตร 66130
โทร. 056-659073 Email :

Copyright 2013 bannoi-sao.go.th All rights reserved. IPN ENGINEER Co.,LTD.